กีฬาคาราเต้ แบ่งระดับกันอย่างไร เพราะอะไรถึงต้องแบ่ง

Karate Strap
บทความกีฬา จัดอันดับกีฬา สาระน่ารู้เกี่ยวกับกีฬา

พูดถึงศิลปะการต่อสู้แล้วหากไม่นับมวยไทยในบ้านเราก็คงจะรู้จักแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นยูโด เทควันโด คาราเต้เป็นต้น ซึ่งศิลปะการต่อสู้เหล่านั้นสิ่งหนึ่งที่คล้ายกันคือ พวกเค้าจะมีการแบ่งระดับขั้นเอาไว้ด้วยเพื่อให้รู้ว่าตัวเองอยู่ระดับไหน โดยจะแบ่งตามสีของผ้าคาดเอว ซึ่งส่วนใหญ่เราจะคุ้นชินกับสีดำเท่านั้นแต่จริงๆแล้วไม่ได้มีแค่สีดำเท่านั้นนะ รู้ไหม

คาราเต้ แบ่งระดับกันอย่างไร

การฝึกฝนคาราเต้ จะมีการแบ่งระดับการศึกษา การฝึกฝนของคนคนนั้นด้วย ซึ่งพวกเค้าจะแบ่งระดับกันจากสายคาดเอว ซึ่งเรียกกันในภาษาพวกเค้าเองว่า คิว โดยแต่ละคิวก็จะมีสีแตกต่างกันไป ซึ่งหากเป็นคาราเต้ในบ้านเราได้มีการจัดมาตรฐานระดับสายคาดเอวไว้สองสาย หนึ่ง สายโชโตกันคาราเต้จะเป็นดังนี้

  • 10-8 คิว ใช้สายคาดเอวสีขาว
  • 7-6 คิว สายคาดเอวสีเหลือง
  • 5 คิว สายคาดเอวสีเขียว
  • 4 คิว สายคาดเอวสีฟ้า
  • 3-2 คิว สายคาดเอวสีน้ำตาล
  • 1 คิว สายคาดเอวสีดำ (แล้วในสายคาดสีดำก็จะมีระดับแบ่งออกไปอีกเรียกว่าดั้ง)

สองการแบ่งระดับสายคาดเอวของสมาคมคาราเต้โดโกจูไก(ประเทศไทย)

  • 10 คิว สายคาดเอวขาวปลายเหลือง
  • 9 คิว สายคาดเอวสีเหลือง
  • 8 คิวสายคาดเอวสีเหลืองปลายเขียว
  • 7 คิว สายคาดเอวสีเขียว
  • 6 คิว สายคาดเอวสีเขียวปลายฟ้า
  • 5 คิว สายคาดเอวสีฟ้า
  • 4 คิว สายคาดเอวสีฟ้าปลายน้ำตาล
  • 3 คิว สายคาดเอว สีน้ำตาล
  • 2 คิว สายคาดเอวสีน้ำตาลปลายดำหนึ่ง
  • 1 คิว สายคาดเอวสีดำ

การเลื่อนระดับคาราเต้ ทำได้อย่างไร

ส่วนการเลื่อนระดับสายคาดเอวของคาราเต้ แต่ละคนจะต้องผ่านการทดสอบของโรงฝึก ซึ่งการทดสอบจะมีมาตรฐานและการรับรองจากสมาคมคาราเต้แห่งประเทศไทยไว้อยู่แล้วว่า ในระดับสายคาดเอวแต่ละสีจะต้องเป็นอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง แล้วต้องผ่านการฝึกฝนแบบไหนถึงจะได้รับ ซึ่งการสอบเลื่อนระดับก็จะมีการประกาศเป็นช่วงเวลาไม่ได้หมายถึงว่าจะเลื่อน จะสอบได้เอง

สายคาดเอว ปรัชญาที่สอดแทรก

แม้ว่าการแบ่งระดับสายคาดเอวจะแตกต่างกันไปบ้างในรายละเอียด แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันได้แก่ปรัชญาที่สอดแทรกอยู่  อย่างแรกเลยเป็นเรื่องของความพยายามที่ไม่ว่าคุณจะเก่งมาจากไหน หากคุณอยากจะเก่งก็ต้องอาศัยการฝึกฝนให้มากถึงจะก้าวขึ้นไปได้ และสองความเท่าเทียมทุกคนจะต้องมาเริ่มพร้อมกันเหมือนกันที่สายขาว ไม่มีใครได้อภิสิทธิ์ตรงนี้ ถือว่าเป็นปรัชญาที่สอดแทรกได้ล้ำลึกดีจริงๆ